ตำนานนักชก

ตำนานนักชก ก็เหมือนกับดาราหนัง หรือนักฟุตบอลคนที่ได้รับเกียรติว่าคุณคือตำนานนักมวยเองก็มีตำนานและยอดฝีมืออยู่เช่นกัน เมื่อเรารู้จักความเป็นมาของมวยไทยบ้านเรากันแล้ว เพื่อนๆ ก็คงอยากรู้แล้วว่านักมวยไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก และ นักมวยสากล ระดับโลกกันแล้วว่ามีใครบ้าง เรามาดูกันเลย ลุยๆ

buakawwwwws

1.บัวขาว ป.ประมุข ( สมบัติ บัญชาเมฆ )

บัวขาว บัญชาเมฆ  หรือนายสมบัติ บัญชาเมฆ  วันเกิด  8  พฤษภาคม พ.ศ. 2525     (อายุ ๓๓ ปี) เกิดที่ บ้านเลขที่ ๑๓ หมู่ที่ ๔ บ้านสองหนอง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ บิดาชื่อ นายเล็ง บัญชาเมฆ  เป็นชาวบ้านสวาย อำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบอาชีพทำนา  มารดาชื่อ นางปาน บัญชาเมฆ เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ ครอบครัวของนายเล็งและ    นางปาน มีบุตร ๕ คน ชาย ๒ คน    หญิง ๓ คน นายสมบัติ บัญชาเมฆเป็นบุตรคนที่ ๔ เมื่อบัวขาวอายุ  8  ขวบ  ได้เริ่มชกมวยงานวัดเป็นครั้งแรกที่บ้านตูม  อำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ  ขณะนั้นกำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  2  โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์  ซึ่งใช้ชื่อตอนขึ้นชกว่า  ดำทมิฬ เกียรติหมู่ 4                           พ.ศ.  2547 บัวขาวได้มีโอกาสเข้าไปชกในระดับนานาชาติ  โดยล่าสุดชนะเลิศรายการ เค-วัน เวิลด์แมกซ์ 2004 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยชนะ จอห์น เวย์น พาร์ นักมวยไทยชาวออสเตรเลีย โคะฮิรุยมาคิ และมาซาโตะแชมป์เก่าชาวญี่ปุ่น  ปีต่อมานี้บัวขาวเข้าชิงเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ได้เพียงรางวัลรองชนะเลิศเท่านั้น  และในที่สุดปี  พ.ศ.  2549  บัวขาวก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง  และชนะเลิศรายการ  เค-วัน เวิลด์แมกซ์  ในปีนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือ ตำนานนักชก ไปแล้ว

โผนกิ่งเพรช

2. โผน กิ่งเพรช

คนที่ 2 ก็คือ โผน กิ่งเพชร ซึ่งเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ โดยการชิงแชมป์โลกของโผนเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2503 ณ เวทีมวยลุมพินี ได้กระทำต่อหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรด้วย 

โผน กิ่งเพชร ชื่อจริงว่า มานะ สีดอกบวบ ชื่อเล่น แกละ เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 เป็นชาวหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรูปร่างผอมบาง มีช่วงขาที่ยาว ถนัดขวา เขาฝึกและขึ้นชกมวยครั้งแรกที่หัวหินบ้านเกิด ฝีมือดีเป็นที่ลือลั่น กระทั่งขึ้นชกมวยสากลครั้งแรกประมาณ พ.ศ. 2498 จากนั้นการชกของโผนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ฝีมือพัฒนาจนได้ชิงแชมป์โลกและเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกในรุ่นฟลายเวต ของสถาบันเดอะริง (The Ring) รวมทั้งเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 3 สมัย แต่ด้วยปัญหาส่วนตัว ทำให้โผนติดสุราจนการชกตกต่ำลง กระทั่งเสียแชมป์ไปและไม่มีโอกาสชิงแชมป์คืนได้อีก

โผนเสียชีวิตลงในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 ด้วยโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆรุมเร้า ในวัยเพียง 47 ปี และมีการสร้างอนุสรณ์สถานของเขาที่หัวหินบ้านเกิด หลังจากที่เขาเสียไปแล้ว 10 ปี

somrakkkkkksssss

3.สมรักษ์ คำสิงห์

สมรักษ์ คำสิงห์” อดีตนักชกอารมณ์ดี สนุกสนานเฮฮา และมีวลีเด็ดคือ “ไม่ได้โม้” จนได้รับฉายาว่า “โม้อมตะ” เขาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2539 และมีโอกาสได้เข้าเฝ้า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโอลิมปิก สมรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516 เป็นชาวหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีพี่ชายซึ่งเป็นนักมวยเหมือนกันคือ สมรถ คำสิงห์ โดย สมรักษ์ เริ่มเข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในนามของโรงเรียนตอนอายุ 12 ปี (พ.ศ. 2528) เมื่อเรียนจบ ม.6 ได้รับการทาบทามจากสโมสรราชนาวีให้ชกมวยสากลสมัครเล่นในนามของสโมสร และจะบรรจุให้เข้ารับราชการในกองทัพเรือด้วย เขาจึงตอบตกลง และประสบความสำเร็จได้ทั้งแชมป์ประเทศไทยและเหรียญทองกีฬาแห่งชาติสมรักษ์ เข้าสู่ทีมชาติครั้งแรกในการแข่งขันโอลิมปิก ที่บาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2535 แต่ตกรอบแรก ต่อมา พ.ศ. 2536 ได้เหรียญทองมวยทหารโลกที่ประเทศอิตาลี แต่ไม่ได้ติดทีมชาติไปแข่งกีฬาซีเกมส์ในปีนั้นเพราะไม่พร้อม กระทั่งในปีถัดมา (พ.ศ. 2537) เขาเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากการเป็นนักกีฬาไทยที่ได้เหรียญทองเพียงคนเดียว ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น และโด่งดังถึงที่สุดในปี พ.ศ. 2539 เมื่อคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกมาได้ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทยทุกคน

ภายหลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิก สมรักษ์ ก็กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ เขาได้รับรางวัลและการเชิดชูเกียรติจากหลายสถาบัน รวมทั้ง การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ก็ได้ออกแสตมป์ที่มีรูปการชกรอบชิงชนะเลิศของสมรักษ์ ราคาดวงละ 6 บาท เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์นี้ นอกจากนี้ สมรักษ์ยังได้เลื่อนยศจาก จ่าเอก เป็น เรือตรี อีกด้วย และด้วยบุคคลิกเฮฮา มีสีสัน น่าสนใจ งานในวงการบันเทิงจึงติดต่อเข้ามาหาเขาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้เขาเอาใจใส่ในการชกมวยน้อยลง จนมีข่าวว่าซ้อมน้อยลงบ้าง หนีซ้อมบ้าง แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังมั่นใจว่าฝีมือของตัวเองยังคงเหมือนเดิม ถึงขนาดกล้าทำนายผลการชกล่วงหน้า ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง จนได้ฉายาว่า “โม้อมตะ” และฝีมือการชกก็ลดประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ พ่ายแพ้ในสนามการแข่งขันหลายครั้ง กระทั่งเขาเลิกชกมวยสากลสมัครเล่นอย่างเด็ดขาด ในปี พ.ศ. 2547 หลังจากนั้น นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว เขาก็รับงานเป็นผู้บรรยายการแข่งขันมวย และมีขึ้นชกมวยในงานเฉพาะกิจอยู่บ้าง  ปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีงานในวงการบันเทิงอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งทำธุรกิจส่วนตัว มีค่ายมวยของตนเอง และเปิดสอนมวยไทยสำหรับผู้ที่สนใจด้วย

ปาเกียว
4.แมนนี่ ปาเกียว

          เรียกได้ว่าไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วสำหรับชายผู้นี้ แมนนี่ ปาเกียว เมื่อเขาคือนักมวยคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์โลกได้ถึง 8 รุ่น ตั้งแต่รุ่นฟลายเวตจนถึงรุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวต ผ่านบทพิสูจน์บนสังเวียนผืนผ้าใบกับนักชกชื่อดังนับไม่ถ้วน เริ่มจากตอนที่ชนะ ฉัตรชัย สาสะกุล (ฉัตรชัย สามเคแบตเตอรี่) กระชากเข็มขัดแชมป์รุ่นฟลายเวตของ WBC แบบช็อกคนไทยทั้งประเทศ ไล่มาจนถึงกำปั้นระดับโลกอย่าง ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า, ริคกี้ ฮัตตัน รวมถึง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักมวยเจ้าของฉายา “แพ็คแมน” ผู้นี้ก็ผ่านมาแล้วทั้งหมด และด้วยสไตล์การชกที่สนุกเร้าใจ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขาเป็นขวัญใจของชาวฟิลิปปินส์ทั้งชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นนักชกที่แฟนมวยทั้งโลกเอาใจช่วย เป็นชายที่สร้างแรงบันดาลใจแก่คนรักกีฬากำปั้นทั่วโลก ทุกอย่างที่กล่าวมาจึงทำให้ แมนนี่ ปาเกียว คือสุดยอดนักมวยเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลโดยไม่มีข้อแม้

boxer1
5.ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์

               ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ มีชื่อเต็มว่า ฟลอยด์ จอย เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ (Floyd Joy Mayweather, Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1977 ที่เมืองแกรนด์ราปิด รัฐมิชิแกน โดยมีชื่อเดิมแต่แรกเกิดว่า ฟลอยด์ ซินแคลร์ (Floyd Sinclair) ซึ่งนับได้ว่าถือกำเนิดในครอบครัวนักมวย เพราะทั้งบิดา คือ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ซีเนียร์ และ โรเจอร์ เมย์เวทเธอร์ ผู้ซึ่งเป็นลุง เป็นนักมวยเก่ามาก่อน โดยเฉพาะโรเจอร์นั้น เคยเป็นอดีตแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวทและรุ่นซูเปอร์ไลท์เวทในยุคทศวรรษที่ 80 และเคยชกกับ ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ ยอดตำนานมวยแห่งเม็กซิโกมาแล้วด้วย 

เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เริ่มต้นจากการชกมวยจากมวยสากลสมัครเล่น โดยมี โรเจอร์ ผู้เป็นลุงเป็นเทรนเนอร์ ซึ่งชกได้ดี ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งได้ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาในรุ่นเฟเธอร์เวท ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โดยสามารถผ่านคู่ชกชาติต่าง ๆ จนกระทั่งถึงรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เซราฟิม โทโดรอฟ นักมวยชาวบัลแกเรีย ปรากฏว่าเมย์เวทเธอร์นั้นเป็นฝ่ายแพ้แก่โทโดรอฟไป 8-10 หมัด ทำให้ได้แค่เหรียญทองแดง (ต่อมาในรอบชิงชนะเลิศ โทโดรอฟ คือคู่ชิงของ สมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยชาวไทย และเป็นฝ่ายแพ้แก่สมรักษ์) ซึ่งเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ไม่ยอมรับผลการตัดสิน และประท้วงด้วยการแสดงออกด้วยก้มหน้าตลอดเวลาในพิธีมอบเหรียญรางวัลจากนั้น เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ก็หันมาชกมวยสากลอาชีพ โดยมีโรเจอร์เป็นเทรนเนอร์ ซึ่งเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ มีสถิติชนะรวดถึง 17 ครั้ง เป็นการชนะน็อกและทีเคโอถึง 13 ครั้ง ก่อนที่จะชึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับ เจนาโร เฮอร์นันเดซ นักมวยชาวอเมริกันเช่นเดียวกัน ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ของ WBC ผลการชกปรากฏว่าเป็นเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ที่เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกเฮอร์นันเดซ ซึ่งเป็นนักมวยอดีตแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ และเป็นนักมวยประสบการณ์สูงกว่าไปได้ในยกที่ 8 เขาคือ ตำนานนักชก ของมวยสากลเลยก็ว่าได้

            นอกจากนี้แล้วในปี ค.ศ. 2008 ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยังเคยเข้าร่วมแข่งขันมวยปล้ำกับ บิ๊กโชว์ ยอดนักมวยปล้ำร่างยักษ์ในสังกัดดับเบิลยูดับเบิลยูอี (WWE) ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงก็ตาม

ทั้งหมดนี้ คือ ตัวอย่างของยอดนักมวยสากลและยอดนักมวยไทยที่ผมได้คัดสรรมาให้เพื่อนๆ ได้ทำความรู้จักกันครับ เป็นยังไงกันบ้าง แต่เดี๋ยวก่อนนี่ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นรอบโลกของเรายังมีนักสู้บนสังเวียนผ้าใบที่ฝีมือเก่งกาจอีกมากมาย เอาไว้วันไหนทางทีมงานของเราว่างๆ จะอัพเดทให้เพื่อนได้อ่านกันครับ